ท่องเที่ยว ก่อนเกิดไวรัสโควิด-19 ระบาดนั้น วงการอุตสาหกรรมธุรกิจการท่องเที่ยวของประเทศไทยกำลังเป็นธุรกิจที่สำคัญ

ทำรายได้เข้าสู่ประเทศเป็นอย่างมากในอัตราล่าสุดในปี 2562 ถึงประมาณ 55,000 ถึง 60,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณปีละ 1.8 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นอันดับ 2 รองลงมาจากรายได้จากการส่งสินค้าออกปีละ 280,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

หรือประมาณ 9.2 ล้านล้านบาทหลังเกิดปัญหาไวรัสระบาดทั่วโลกตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 นั้น ทำให้รายได้จากธุรกิจท่องเที่ยวของไทยต้องทรุดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้รายได้จากธุรกิจการท่องเที่ยวหายไปทันที

ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปถึงรายได้ของอุตสาหกรรมการบินที่มีสายการบินของไทยอยู่รวม 9สายการบิน รายได้จากอุตสาหกรรมโรงแรมและที่พัก ทั้ง 2 สาขานั้น มีพนักงานเกี่ยวข้องประมาณ 1.5 ล้านคน

นอกจากนี้ยังมีอุตสาหกรรมอื่นๆ อีกได้แก่

ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ อุตสาหกรรมจำหน่ายอาหารสำเร็จรูป ภัตตาคาร การขนส่งโลจิสติกส์ซึ่งส่วนนี้มีลูกจ้างประมาณ 1 ล้านคน

นอกจากนี้ก็มีกิจการรถโดยสารสาธารณะและการขนส่งที่มีผลกระทบอีก 400,000 คน ซึ่งการฟื้นฟูธุรกิจท่องเที่ยวของไทยนั้น

ต้องกระทำโดยเร็ว นอกจากการสนับสนุนเงินประทังชีวิตพนักงานลูกจ้างจากรัฐบาลเดือนละ 5,000 บาท และเงินจากสำนักงานประกันสังคมอีกคนละไม่เกิน 15,000 บาท

ในขณะนี้มีข้อเสนอจากกลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยว, การบิน และโรงแรม รวมไปถึงอุตสาหกรรมการนำเที่ยว และการประชุม สัมมนา

ไปยังภาครัฐบาลให้เร่งรัดสนับสนุนช่วยเหลือกลุ่มอุตสาหกรรมเหล่านี้โดยเร็ว เพราะเป็นแหล่งสร้างงานรวมกันมากกว่า 3 ล้านคนทีเดียว

ข้อเสนอเหล่านี้ ได้แก่ การให้วงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจำนวน 25,000 ล้านบาท ให้แก่สายการบินเอกชน 8 สาย การสนับสนุนเงินกู้ต่อชีวิตให้กับบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน 54,000ล้านบาท

หรือการฟื้นฟูสถานะด้วยการเข้าโครงการตามแผนฟื้นฟูของศาลล้มละลายกลาง การตั้งวงเงินรับซื้อหุ้นของกิจการโรงแรม การสนับสนุนสมาคมรถยนต์โดยสารสาธารณะ รถรับจ้างไม่ประจำทาง

จะว่าไปแล้วอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยนั้นเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่ได้แผ่กระจายไปในแวดวงธุรกิจของประเทศไทย

ครอบคลุมไปทั้ง 77 จังหวัด และมีผลกระทบไปในสังคมไทยในทุกๆ ภาคส่วนถ้ารัฐบาลสามารถฟื้นฟูธุรกิจท่องเที่ยวได้เร็วก็จะลดภาระหนักของรัฐบาลได้เป็นอย่างมาก

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยในการสัมมนาออนไลน์ เรื่องกลยุทธ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยในสถานการณ์โควิด-19 ว่า 

การท่องเที่ยวคงต้องใช้ เวลาอย่างน้อย 3-6 เดือนถึงอาจจะกลับมาเริ่มเดินทางได้ ททท.เตรียมแผนความพร้อมหลังรัฐบาลผ่อนคลายล็อกดาวน์ประเทศไว้ 3 ระดับ คือ ระดับแรก

การเตรียมความพร้อมการซ่อมสร้างการปรับตัวเข้าสู่วิถีชีวิตใหม่ พร้อมการสื่อสารการตลาดว่าไทยยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างประเทศยังคงนึกถึง

ระดับที่ 2 หากหลายประเทศมีการปลดล็อกการเดินทางท่องเที่ยวได้ 50-60% จะเน้นนักท่องเที่ยวบางชาติที่มีการควบคุมโรคเป็นอย่างดี สามารถเดินทางได้โดยมีใบอนุญาตจากแพทย์

ส่วนระดับ 3 หากทุกอย่างเปิดทั้งหมด ก็ต้องเตรียมตัวรับมือกับพฤติกรรมของคนที่เปลี่ยนไปด้วยใหม่ที่มีอายุระหว่าง 23-40 ปี ซึ่งส่วนมากเป็นกลุ่มคนวัยทำงาน คนกลุ่มนี้มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ชอบคิดนอกกรอบ ชอบนวัตกรรม และเทคโนโลยีสมัยใหม่

ดังนั้น ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับการปรับเปลี่ยนบริการของตัวเองให้สอดคล้องกับคนกลุ่มนี้ให้มากขึ้น เพื่อรองรับการเดินทางท่องเที่ยวจะเกิดขึ้นต่อจากนี้

ต่อไปการท่องเที่ยวภายใต้วิถีชีวิตใหม่ ทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงและไม่มีทางกลับไปเหมือนเดิมได้อีก การท่องเที่ยวต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของสุขภาพตัวเองและความปลอดภัยมากขึ้น.